ซี ศิวัฒน์ ป่วยแต่แฮปปี้!! เอมี่ ศรีภรรยา ดูแล 24 ช.ม.

ซี ศิวัฒน์ ป่วยแต่แฮปปี้!! เอมี่ ศรีภรรยา ดูแล 24 ช.ม.

          หายป่วยปุ๊ป..ก็เคลียร์คิวออกมารับงานปั๊ป สำหรับพระเอกหนุ่มหน้าหล่อ “ซี ศิวัฒน์ โชติชัยชรินทร์”งานนี้บรรดาแฟนคลับก็เลยพากันเป็นห่วงกลัวว่าเดี๋ยวไข้จะกลับและทำให้ทรุดหนักเข้าไปอีก!! ซึ่งทางด้านของหนุ่มซีเองก็ได้ออกมาอัพเดทกับเราว่า ตอนนี้เรื่องของสุขภาพถือได้ว่าดีขึ้นกว่าเดิมมากแล้ว แต่อาจจะมีอาการเสียงเปลี่ยนนิดหน่อยซึ่งก็ถือเป็นเรื่องปกติ แถมช่วงที่ตัวเองกำลังป่วย ศรีภรรยาคนสวย “เอมี่ กลิ่นประทุม” ก็ยังดูแลดีเวอร์คอยอยู่ช่วยป้อนข้าวป้อนยาแบบใกล้ชิดอีกด้วย…

อาการไม่สบายตอนนี้เป็นยังไงบ้าง ?
“ดีขึ้นแล้วครับ แต่ว่าเสียงยังมีแหบๆ ขึ้นจมูกบ้าง ซึ่งผมก็ได้ไปหาคุณหมอแล้ว และคุณหมอเองก็จัดการยาให้เรียบร้อยทุกอย่าง คาดว่าประมาณ 3 วัน ก็น่าจะหายครับ เพราะเป็นไข้หวัดปกติ ไม่ได้รุนแรง”

คุณหมอได้แนะนำอะไรเพิ่มเติมบ้างไหมเรื่องการพักผ่อน ?
“จริงๆ คุณหมอก็อยากให้แอดมิดครับ แต่ผมเป็นคนชอบอยู่บ้านมากกว่า เลยเลือกที่จะกลับมารักษาตัวที่บ้านต่อ (ยิ้ม)”

ทางศรีภรรยาเราว่ายังไงบ้างได้มาช่วยดูแลไหม ?
“ผมคิดว่าผมติดมาจากเขานะ (หัวเราะ)”

เรื่องการที่เราโหมงานหนักมีส่วนไหม เพราะที่ผ่านมาตัวเราเองก็ลุยงานตลอด ?
“ก็น่าจะเกี่ยวครับ เพราะก่อนหน้านี้ผมถ่ายละครเทิดพระเกียรติ ซึ่งต้องเดินทางเยอะมาก แถมกว่าจะเลิกกองก็เป็นเวลา ตี4 – ตี5 สุดท้ายก็เลยกลายเป็นว่าไม่ได้นอน ส่งผลให้ร่างกายอ่อนแอ”

กังวลไหมเพราะไข้ยังไม่หายสนิทแล้วเราก็ออกมารับงานเลยแบบนี้ จะกลายเป็นว่าทำให้ป่วยเรื้อรัง ?
“ผมไม่เป็นหรอก พวกพี่ๆ นักข่าวนี่แหละจะเป็น (หัวเราะ) ระวังด้วยนะครับ”

ย้อนกลับไปถามทางฝั่งคุณภรรยาบ้างเขาดูแลเรายังไง ?
“เขาก็พาไปหาหมอครับ รวมถึงช่วยจัดแจงเรื่องยา เรื่องอาหารการกิน เพราะช่วงที่ผมป่วย 3 วัน ร่างกายทำอะไรไม่ได้เลย นอนอย่างเดียว สุดท้ายก็เริ่มโอเคออกมาทำงานได้ (ยิ้ม)”

 

อัพเดทความคืบหน้าเรื่องบ้านนิดหนึ่ง ตอนนี้คืบหน้าไปถึงไหนแล้ว ?
“ใกล้แล้วครับ ช่วงปีใหม่ก็น่าจะได้เข้าอยู่เรียบร้อยแล้ว”

เห็นว่าเรื่องงบประมาณเองก็บานปลายไม่ใช่น้อยเหมือนกัน ?
“เป็นธรรมดาครับ สร้างอะไรก็ได้อย่าสร้างบ้านนะครับ (หัวเราะ) ล้อเล่น ก็เป็นเรื่องธรรมดาครับ คือบ้านหลังนี้เราก็ต้องอยู่กับเขาไปตลอด ดังนั้นก็ไม่ซีเรียสอะไร ขอแค่ผมกับภรรยามีความสุขก็พอ”

ได้มีโอกาสดูฤกษ์ขึ้นบ้านใหม่แล้วหรือยัง ?
“ไม่ได้ดูครับผม จริงๆ ก็คงไม่ถึงขั้นนะครับ แต่เรื่องทำบุญขึ้นบ้านใหม่ อันนี้ผมทำแน่ๆ”

เตรียมห้องสำหรับเด็กแล้วหรือยัง ?
“ห้องเยอะมากครับ ถ้ามีเมื่อไหร่ก็ได้เลย (หัวเราะ) ถามว่าพร้อมไหม จริงๆ ก็พร้อมนะ แต่คำตอบก็เหมือนเดิม คือทั้งผมและเอมี่ต่างก็มีความสุขอยู่ที่จะเป็นแบบนี้”

คิดว่าอีกนานไหมสำหรับการมีลูก ?
“ไม่นานหรอกครับ เพราะว่าเราอายุเยอะแล้ว แต่ถ้าหากเลย 1-2 ปีนี้ไป ก็อาจจะเลือกอยู่กันแค่ 2 คนดีกว่า”

พอจะบอกเหตุผลได้ไหมว่าทำไมถึงยังไม่พร้อม ?
“ก็หลายอย่างครับ ไม่รู้เหมือนกัน แต่อย่างที่บอกเรายังมีความสุขกับแบบนี้อยู่ แถมคุณเอมมี่ก็กำลังจะขยายธุรกิจ ส่วนผมเองก็กำลังจะขยายธุรกิจของผมเหมือนกัน ดังนั้นมันก็เลยค่อนข้างจำเป็นที่เราจะต้องทำงาน แต่ว่าอย่างที่บอกเราก็คุยกัน และก็มีความสุขกันแบบนี้ เราสองคนโอเคครับ”

ซี เอมี่

ซี เอมี่

ซี เอมี่

ซี เอมี่

ซี เอมี่

ซี เอมี่

ซี เอมี่

ซี เอมี่

ที่มา:sanook

5 สูตรเครื่องดื่มจากมะนาว กระตุ้นร่างกายให้สดชื่น แถมช่วยดีท็อกซ์

5 สูตรเครื่องดื่มจากมะนาว กระตุ้นร่างกายให้สดชื่น แถมช่วยดีท็อกซ์

 

      การดีท็อกซ์หรือการล้างพิษ เป็นวิธีที่ถูกคิดค้นมาเพื่อช่วยให้ร่างกายได้กำจัดสารพิษต่างๆ ที่รับเข้าไปได้เร็วขึ้น ซึ่งการดีท็อกซ์สามารถทำได้หลายวิธีค่ะ ขึ้นอยู่กับวิถีชีวิตของเราเป็นหลักว่าจะเลือกใช้วิธีไหน บางคนก็เลือกที่ใช้วิธีการกินอาหารเพื่อสุขภาพโดยหวังผลให้ร่างกายได้ดีท็อกซ์ ซึ่งวิธีนี้ก็เป็นอีกวิธีที่ทำได้ง่ายและหลายคนนิยมกันค่ะ

     โดยการกินเพื่อการดีท็อกซ์นี้ สามารถเลือกอาหารได้หลายชนิดทั้งผักและผลไม้ ขึ้นอยู่กับว่าเราจะหาได้สะดวกขนาดไหน อย่างเช่น การเลือกกินน้ำมะนาว ก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่สามารถช่วยให้ร่างกายได้ดีท็อกซ์ รวมถึงยังช่วยให้เรารู้สึกสดชื่นอีกด้วย เพราะมะนาวเต็มไปด้วยวิตามินและสารต้านอนุมูลอิสระ อีกทั้งยังช่วยกระตุ้นระบบย่อยอาหารให้ทำงานได้ดีขึ้นอีกด้วย วันนี้เราเลยเอาสูตรการทำน้ำมะนาวแบบต่างๆ มาฝากสาวๆ ที่สนใจในการดูแลสุขภาพและการดีท็อกซ์ให้ได้ลองทำกันค่ะ

1. ชามะนาว

2. น้ำมะนาว

3. ราสป์เบอร์รีมะนาวโซดา

4. น้ำแตงโมมะนาว

5. ชามะนาวใส่ขิง

ที่มา:truelife

“สลัด” ทานไม่ถูกวิธีก็อ้วนได้!

“สลัด” ทานไม่ถูกวิธีก็อ้วนได้!

            เห็นใครซื้อสลัดมาทานปุ๊บ เราก็รู้ปั๊บว่าคนๆ นั้นจะต้องกำลังดูแลสุขภาพ กระชับสับส่วนรูปร่าง หรือลดน้ำหนักอยู่แน่นอน แต่ระว่างที่เห็นคนๆ นั้นทานสลัดอยู่ พลันไปให้อะไรบางอย่างที่ทำให้เรารู้ว่า “ทานแบบนี้ ทานข้าวเป็นจานๆ เลยก็ได้พี่” เพราะถึงแม้ว่าจะเป็นสลัด ก็ไม่ใช่ว่าทุกสลัดบนโลกใบนี้จะทานแล้วผอม สวย หุ่นดีกันทุกคน สลัดแบบไหนที่คนที่กำลังไดเอตอยู่ควรหลีกเลี่ยง มาดูกันค่ะ

“สลัด” ทานไม่ถูกวิธีก็อ้วนได้!

น้ำสลัดครีม

น้ำสลัดครีม

น้ำสลัดมีให้เลือกทานมากมายมหาศาลนับล้านสูตร แต่น้ำสลัดที่ได้รับความนิยมมากที่สุดก็หนีไม่พ้น “สลัดครีม” ซึ่งส่วนประกอบของมันมีทั้งมายองเนส ครีมสลัด น้ำมัน น้ำตาล และบางสูตรมีชีสด้วย แน่นอนว่าให้พลังงานสูงกว่าน้ำสลัดอื่นๆ ยิ่งใครที่ชอบราดน้ำสลัดชุ่มๆ ยิ่งแล้วใหญ่ ทางที่ดีเปลี่ยนมาเป็นสลัดน้ำใส น้ำยำ หรือเพียงแค่บีบมะนาว โรยเกลือ และพริกไทยเล็กน้อย ก็อร่อยสุขภาพดีแบบเน้นๆ ได้เหมือนกัน

ผักโขมอบชีส

เครื่องเคียงอย่ามาก

ร้านอาหารที่ขายสลัดอาจเสิร์ฟขนมปังปิ้งมาให้ด้วย ซึ่งบนขนมปังอาจมีทั้งเนย และชีสอยู่จำนวนมาก นอกจากนี้อาจมีเครื่องเคียงอื่นๆ ที่ภายในร้านขาย เช่น ผักโขมอบชีส ไส้กรอกทอด มันฝรั่งทอด และอื่นๆ อีกมากมาย ไม่ใช่ว่าเราไม่ให้ทานเลย แต่กรุณาอดใจไว้ทานสลัดจะดีกว่า เพราะเครื่องเคียงเหล่านี้นอกจากจะเป็นอาหารเพิ่มพลังงานนอกเหนือไปจากสลัดที่เราตั้งใจจะทานแล้ว ยังเพิ่มราคาค่ามื้ออาหารนั้นให้สูงขึ้นไปอีกด้วย

สลัดไก่ย่าง

โปรตีนแบบพอดีๆ

หลายคนไม่ได้ทานสลัดที่เป็นผักอย่างเดียว เสริมโปรตีนที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย และเพื่อความอยู่ท้องเข้าไปด้วย ซึ่งเป็นเรื่องที่ดีที่เราไม่ขัด แต่ควรจะเป็นโปรตีนที่มีไขมันน้อย และผ่านการปรุงด้วยวิธีนึ่ง ต้ม หรือย่างจะดีกว่า หากเป็นเนื้อย่างมันๆ ปลาที่มีไขมันหนาๆ หรือเบคอน แฮม อาหารเหล่านี้เป็นโปรตีนที่มาพร้อมกับไขมันสูงทั้งนั้น เพราะฉะนั้นเลือกเป็น ไก่ต้ม ลา(ไขมันน้อย) นึ่ง กุ้งต้ม หรือเห็ดย่างจะดีกว่า เท่านี้สลัดของคุณก็จะดีต่อสุขภาพแบบที่คุณตั้งใจแล้วล่ะค่ะ รู้เคล็ดลับอย่างนี้แล้ว คราวหน้าจัดสลัดทานกันให้เต็มที่ ไม่ต้องกลัวอ้วนกันเลยนะ

ที่มา:sanook

จนท.สุ่มตรวจคุณภาพนมโรงเรียนในจ.สตูล

จนท.สุ่มตรวจคุณภาพนมโรงเรียนในจ.สตูล
       เจ้าหน้าที่ลงสุ่มตรวจคุณภาพนมโรงเรียนใน จ.สตูล สร้างศักย์ภาพที่ดี – ความเชื่อมั่นแก่นักเรียนและผู้ปกครอง

นายสุรพล จารุพงศ์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ คณะลงพื้นที่ติดตามโครงการตามนโยบายในโครงการอาหารเสริม(นม) โรงเรียนประจำปีการศึกษา 2559 โดยได้ตรวจเยี่ยมโรงเรียนอนุบาลเมืองสตูล ต.ฉลุง อ.เมือง เพื่อแจกจ่ายนมโรงเรียนและสร้างความอุ่นใจแก่นักเรียนผู้ปกครอง เรื่องนมโรงเรียนที่สะอาด ไม่มีของปลอม และจะลงพื้นที่สุ่มตรวจอย่างต่อเนื่องต่อไป ซึ่งทาง นายวีระพงษ์ บัวระภา หัวหน้าปศุสัตว์จังหวัดสตูล ได้สรุปข้อมูลว่าโรงเรียนรับนมโรงเรียนที่อยู่ในโครงการ 316 แห่ง แบ่งเป็นนมโรงเรียนที่ส่งมาจากจ.ราชบุรี นครศรีธรรมราช สงขลา พัทลุง ซึ่งเป็นนมที่ผลิตด้วยการพาสเจอร์ไรซ์เน้นคุณภาพที่ดีและการกักเก็บอย่างมีมาตรฐานในห้องเย็นเพื่อเตรียมแจกจ่ายแก่นักเรียน ส่วนคุณภาพนมนั้น ทางปศุสัตว์จังหวัดสตูล ได้ประสานงานไปยังทางสาธารณสุขตรวจสอบน้ำนมให้อยู่ในเกณฑ์ดีอย่างสม่ำเสมอ

ที่มา:sanook

เตือนภัย! สุ่มตรวจเส้นขนมจีนพบสารกันบูด 100% ทานมากเสี่ยงตับไตพัง-เสียชีวิต

เตือนภัย! สุ่มตรวจเส้นขนมจีนพบสารกันบูด 100% ทานมากเสี่ยงตับไตพัง-เสียชีวิต

นิตยสารฉลาดซื้อ ฉบับเดือนกุมภาพันธ์ 2559 สุ่มตรวจขนมจีนทั้งหมด 12 ยี่ห้อ หาสารกันบูดตกค้าง จากแหล่งซื้อต่างๆ พบว่า ตัวอย่างเส้นขนมจีนที่นำมาทดสอบทั้งหมด ทุกยี่ห้อมีการปนเปื้อนสารกันบูดแต่ไม่เกินมาตรฐานร้อยละ 83.33 โดยยี่ห้อที่มีสารกันบูดน้อยที่สุดจากตลาดพระประแดง มีขนมจีนสองยี่ห้อที่มียากันบูดเกินมาตรฐาน คือ ตราดาวจากตลาดยิ่งเจริญ จำนวน 1,121.37 มก./กก. และรองลงมาคือ ไม่มียี่ห้อ จากตลาดสะพานขาวจำนวน 1,115.32 มก./กก.

จากประกาศของกระทรวงสาธารณสุข ฉบับที่ 281 พ.ศ. 2547 ที่ได้กำหนดให้อาหารจำพวกพาสตา ก๋วยเตี๋ยว และผลิตภัณฑ์ทำนองเดียวกัน มีค่ามาตรฐานของสารกันบูดหรือกรดเบนโซอิก (Benzoic acid) ไม่เกิน 1,000 มก./กก. 

 

ข้อมูลยี่ห้อขนมจีนเรียงตามปริมาณสารกันบูด

 

ที่มา : นิตยสารฉลาดซื้อ ฉบับเดือนกุมภาพันธ์ 2559 

นางสาวมลฤดี โพธิ์อินทร์ นักวิชาการด้านวิทยาศาสตร์ มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค กล่าวว่า นิตยสารฉลาดซื้อ ได้สุ่มตรวจสารกันบูดตกค้างในขนมจีนทั้งหมด 12 ยี่ห้อ พบว่า ทุกยี่ห้อที่มีปริมาณสารกันบูดตกค้างอยู่ และบางยี่ห้อตกค้างเกินกำหนดของ อย.  แม้สารดังกล่าวจะมีส่วนช่วยในการยืดอายุของอาหาร ด้วยการยับยั้งหรือทำลายจุลินทรีย์ที่ทำให้อาหารเน่าเสีย และถูกจัดอยู่ในประเภทพิษปานกลาง ซึ่งร่างกายสามารถขจัดออกมาได้เอง แต่ก็สามารถส่งผลอันตรายต่อผู้บริโภคได้ หากมีการรับประทานอยู่เป็นประจำ ก็อาจมีการตกค้างหรือสะสมในร่างกายหากได้รับ เป็นประจำ หรือในปริมาณที่มากเกินไป  อาจทำให้ประสิทธิภาพการทำงานของตับและไตลดลง หรืออาจส่งผลถึงขั้นเสียชีวิตได้  ดังนั้นแนะนำให้ผู้บริโภคเลือกรับประทานอาหารที่หลากหลายไม่จำเจเพื่อลดปัจจัยเสี่ยงตรงนี้ได้

ด้านนางสาวสารี อ๋องสมหวัง เลขาธิการมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค กล่าวเพิ่มเติมว่า ถึงแม้ขนมจีนจะเป็นอาหารกลุ่มทั่วไปที่ไม่ต้องมีฉลาก แต่จากผลการทดสอบจะเห็นว่า ขนมจีนมีการใช้ยากันบูดร้อยเปอร์เซ็นต์ เพื่อคุ้มครองสิทธิผู้บริโภคที่จะได้รับข้อมูล ข้อเท็จจริงในการเลือกซื้อสินค้าซึ่งเป็นสิทธิขั้นพื้นฐาน เสนอให้สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา “เพิ่มมาตรการฉลากหากมีใช้วัตถุกันเสีย รวมทั้งสนับสนุนและตรวจสอบโรงงานผลิตขนมจีน พร้อมรายงานผลตรวจสอบแก่สาธารณะ และขอเรียกร้องให้ อย. เร่งรัด พัฒนาระบบฐานข้อมูล รายงานผลการตรวจสอบอาหารต่างๆ ที่ อย. เคยตรวจมาแล้ว แก่สาธารณะ เพื่อให้ประเทศไทยมีระบบรายงานความไม่ปลอดภัยด้านอาหาร เช่นที่ สหภาพยุโรปและประเทศเพื่อนบ้านของเรา คือ มาเลเซีย มีใช้แล้ว”  เลขาธิการมูลนิธิเพื่อผู้บริโภคกล่าว 

ที่มา : Sanook

มาฟื้นฟูดวงตากันเถอะ

มาฟื้นฟูดวงตากันเถอะ

มาฟื้นฟูดวงตากันเถอะ

นิตยสาร Woman Plus

ขอบคุณเนื้อหา

วันหยุดที่ผ่านมา หลายคนก็คงได้ไปเที่ยวต่างจังหวัดกัน เพราะฉะนั้นเวลานอนก็จะไม่เป็นเวลา เพราะมัวแต่เที่ยวที่นั่นที่นี่ ไหนจะมีฉลองกันต่อในช่วงดึกอีก พอกลับเข้าสู่โหมดการทำงานปกติ ดวงตากลับคล้ำดำเป็นหมีแพนด้า แถมอ่อนล้าด้วย มารีบหาวิธีฟื้นฟูดวงตากันให้ด่วนเลยค่ะ

มันฝรั่ง : หามันฝรั่ง โดยล้างให้สะอาด แล้วหั่นบางๆ แช่เย็นและเอามาปิดตาไว้ 15-20 นาที เช้าและเย็น จะช่วยลดริ้วรอยหมองคล้ำรอบดวงตาได้ ทาครีมบำรุงหลังจากนี้ก็จะยิ่งดีค่ะ

น้ำแข็ง : ใช้น้ำแข็งบด ก่อนห่อด้วยผ้า วางบนเปลือกตาประมาณ 10 นาที ช่วยให้ขอบตาหายร้อนผ่าว ชุ่มชื่น หายคล้ำได้

น้ำนม : .ใช้นมสดครึ่งแก้วแช่เย็น แล้วใช้ก้อนสำลีชุบนมเย็นๆ วางบนเปลือกตา 10 นาที แล้วเอาออกพัก 2 นาที แล้วทำซ้ำใหม่ประมาณ 5 ครั้ง จะทำให้สบายตามากขึ้น

แตงกวา : นอกจากเราจะเคยใช้แตงกวาหั่นบางๆ แล้ว แตงกวาปั่นก็ใช้ได้ดีเช่นกัน โดยเอาแตงกวามาปั่น แล้วแช่ให้เย็น ก่อนใช้สำลีชุบน้ำแตงกวาให้ชุ่มมาปิดตาไว้ 15-20 นาที วิธีนี้ช่วยลดริ้วรอยและเจ้าอาการตาบวมได้

มะเขือเทศ : สามารถช่วยลดอาการตาบวมได้ดี เพียงนำมะเขือเทศมาหั่นขวางแล้วปิดไว้ที่บริเวณดวงตาประมาณ 10 นาทีตาจะหายบวมค่ะ