หลักฐานมัด แม่โหดเกินมนุษย์ โยนทารกทิ้งลงมาจากคอนโดฯ

หลักฐานมัด แม่โหดเกินมนุษย์ โยนทารกทิ้งลงมาจากคอนโดฯ

    ตำรวจเจอตัวแล้ว “แม่ใจโหดเกินมนุษย์” ฆ่าลูกทั้งเป็น จับยัดถุงพลาสติกและโยนทิ้งจากคอนโดฯ แบบไม่สนใจใยดี เจ้าตัวไม่มีทีท่าว่าจะเสียใจต่อการกระทำแม้แต่น้อย จากกรณีเมื่อวานนี้ (6 พ.ย.) เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองพัทยา จ.ชลบุรี ได้รับแจ้งพบเด็กทารกแรกเกิด เพศชาย ถูกคนใจร้ายจับยัดใส่ถุงพลาสติกแล้วโยนลงมาจากห้องพักภายในคอนโดมิเนียมแห่งหนึ่ง ริมถนนพัทยาสาย 2 ย่านพัทยากลาง

เบื้องต้นตำรวจตั้งไว้ 2 ประเด็นคือ แม่เด็กคลอดก่อนกำหนดแล้วเกิดแท้งจนเสียชีวิตเลยทิ้งศพเด็กเพราะกลัวความผิด หรือไม่ก็เป็นฝีมือของพ่อแม่ของเด็กที่ตั้งใจฆ่าเพราะไม่มีปัญญาเลี้ยง โดยหลังเกิดเหตุ พ.ต.อ.อภิชัย กรอบเพชร ผกก.สภ.เมืองพัทยา สั่งการให้ชุดสืบสวนออกหาข่าวไล่ล่าตัวคนใจบาปมาดำเนินคดีตามที่ได้รายงานไปแล้วนั้น ความคืบหน้าของเรื่องนี้ พ.ต.อ.อภิชัย กรอบเพชร ผกก.สภ.เมืองพัทยา พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนร่วมจับกุม น.ส.เนตรชนก อายุ 20 ปี แม่ของเด็กทารกที่เสียชีวิต หลังจากตรวจสอบกล้องวงจรปิดและได้รับเบาะแสจากพลเมืองดีว่า น.ส.เนตรชนก กำลังตั้งครรภ์อยู่

จากการตรวจค้นห้องพักบนชั้นที่ 17 ของคอนโดมิเนียม พบหลักฐานหลายอย่าง ทั้งเสื้อผ้าและรองเท้าแตะเปื้อนเลือด ถูกทิ้งในถังขยะภายในห้องพัก นอกจากนี้ยังพบก้อนเนื้อลักษณะคล้ายรกเด็กอีก 1 ชิ้นตกอยู่ในพื้นห้องน้ำ และคราบเลือดเปรอะเปื้อนอยู่เป็นจำนวนมากติดอยู่ตามผนังห้องน้ำและบริเวณหน้าต่างริมระเบียง จากการสอบสวน น.ส.เนตรชนก ให้การว่า ตนได้คบหาเป็นแฟนกับ นายคิม อายุ 40 ปี ชาวเกาหลีใต้ มาเกือบ 2 ปีแล้ว นายคิม ก็มีภรรยาชาวเกาหลีใต้อยู่แล้ว ทำงานเป็นวิศวกรอยู่ที่โรงงานแห่งหนึ่งใน อ.ศรีราชา โดยจะเดินทางมาหาตนเป็นครั้งเป็นคราว

ต่อมาตนเกิดตั้งท้องและปัจจุบันอายุครรภ์ประมาณ 8 เดือนกว่าแล้ว แต่พอ นายคิม ทราบว่าตนท้อง จึงพยายามตีตัวออกห่าง ล่าสุดเจ้าตัวได้เอ่ยปากขอเลิกและจะกลับไปอยู่กับภรรยาที่ประเทศเกาหลีใต้ ทำให้ตนเสียใจเป็นอย่างมาก กระทั่งเย็นวานนี้ ขณะตนเข้าห้องน้ำ จู่ๆ เด็กเกิดคลอดออกมากะทันหันในสภาพสมบูรณ์แข็งแรง แต่ด้วยความที่น้อยใจแฟนหนุ่มใหญ่แดนกิมจิ ประกอบกับไม่มีเงินจะส่งเสียเลี้ยงดูลูกให้เติบใหญ่ จึงตัดสินใจจับเด็กยัดใส่ถุงพลาสติกแล้วโยนลงมาจากห้องพักดังกล่าว

พ.ต.อ.อภิชัย กรอบเพชร ผกก.สภ.เมืองพัทยา เปิดเผยว่า หลังจับกุม น.ส.เนตรชนก มีอาการตกเลือด จึงต้องส่งตัวไปรักษาที่ รพ.บางละมุง แต่ก็ได้อายัดตัวและส่งตำรวจไปเฝ้าตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งจากการสังเกตในขณะสอบปากคำพบว่า น.ส.เนตรชนก ไม่ได้มีความเศร้าโศกเสียใจกับสิ่งที่ทำลงไปแม้แต่น้อย จึงถือว่าเป็นการกระทำที่โหดเหี้ยมเป็นอย่างมาก เพราะฆ่าได้แม้กระทั่งลูกตัวเองและเป็นการฆ่าทั้งๆ ที่เด็กยังมีชีวิตอยู่

ที่มา : sanook


รับทำ SEO โปรโมทเว็บไซต์ ให้ติดหน้าแรก Google เปลี่ยนเว็บไซต์เป็นเครื่องมือทำกำไรขั้นเทพ เพิ่มยอดขายให้ธุรกิจได้สูงสุด รับประกันอันดับทำ SEO  ด้วยทีมงานผู้เชี่ยวชาญระดับมืออาชีพ สนใจคลิกเลย! รับทำ SEO

ยังไงดี! งง เจอตำรวจ “ใช้ความรู้สึก” ออกใบสั่ง “ถังดับเพลิงติดรถไม่พร้อมใช้งาน”

สมาชิกเฟซบุ๊ก “ก็แค่แอบชอบ ได้ปะ” โพสต์คลิปเหตุการณ์ขณะถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจเรียกตรวจถังดับเพลิงภายในรถ พร้อมกับบอกว่าถังดับเพลิงไม่พร้อมใช้งาน และเขียนใบสั่ง พร้อมกับบอกว่า “ในความรู้สึกผมเข็มสีเหลืองอยู่ด้านขวาคือถังใช้ไม่ได้” แต่ผู้โพสต์ระบุว่าเข็มชี้ไปด้านซ้ายต่างหากที่ใช้ไม่ได้ นอกจากนี้ยังมีเอกสารมายืนยันอีกด้วย

ที่มา:ข่าวสด


สนใจอยากสร้างเว็บไซต์เพื่อเพิ่มช่องทางของกับธุรกิจ ให้เป็นที่รู้จักของกลุ่มลูกค้ามากขึ้น มีความทันสมัย เข้ากับธุรกิจและผลิตภัณฑ์ ส่งเสริมภาพลักษณ์ให้กับธุรกิจ บริษัท Wynnsoft Solution รับทำเว็บไซต์ ออกแบบเว็บไซต์ ด้วยทีมงานมืออาชีพรับออกแบบจัดทำ เว็บไซต์ขายของออนไลน์ E-commerce รองรับมือถือและแท็บเล็ต(Responsive) รับทำ SEO ด้วยทีมงานมืออาชีพ

สาววัยรุ่นทนไม่ไหว ใช้มีดจี้ผู้ชาย ขออมนกเขา-กระทำชำเราโดยผู้ชายไม่ยินยอม

ข่มขืนผู้ชาย

          ตำรวจจับกุมเด็กสาววัย 17 ปี หลังก่อเหตุข่มขืนกระทำชำเราชายหนุ่ม เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ไม่ให้ประกันตัว คาดโดนข้อหาหนัก ถึงขั้นติดคุกตลอดชีวิต นางสาวเลสตินา มารี สมิธ วัย 17 ปี ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าจับกุมหลังจากที่เธอก่อเหตุข่มขืนกระทำชำเราชายหนุ่มวัย 19 ปีคนหนึ่ง ด้วยการใช้อาวุธมีดจี้ข่มขู่ก่อนจะลงมือทำการปลุกปล้ำ

  จากรายงานของเว็บไซต์เมโทร เมื่อวันที่ 19 มกราคม 2560 เผยว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นที่เมืองซาจิเนา รัฐมิชิแกน ประเทศสหรัฐอเมริกา โดยในวันเกิดเหตุ เลสตินาได้ใช้มีดขู่บังคับให้ชายหนุ่มลงไปนอนกับพื้น แล้วได้ลงมือกระทำชำเราโดยการใช้ปากและมีเพศสัมพันธ์โดยที่ชายหนุ่มไม่ยินยอม

          เลสตินาถูกจับกุมตัวได้ตั้งแต่วันที่ 17 มกราคมที่ผ่านมา ในขณะนี้ถูกคุมขังอยู่ที่เรือนจำเมืองซาจิเนา และเจ้าหน้าที่ได้คัดค้านการประกันตัว เบื้องต้นเธอถูกตั้งข้อหาก่ออาชญากรรมทางเพศ โดยเธอจะถูกนำตัวขึ้นพิจารณาคดีในชั้นศาลในวันที่ 3 กุมภาพันธ์ ซึ่งหากศาลไต่สวนพบว่าเธอมีความผิดจริง เธออาจถูกลงโทษหนักถึงขั้นติดคุกตลอดชีวิต

 
ข่มขืนผู้ชาย


ที่มา:kapook

ทลายโรงงานผลิตกาแฟปลอม 3 in 1 พบต่างด้าวถูกขังทำงาน 13 ชั่วโมงต่อวัน

กาแฟปลอม

กาแฟปลอม

          ตำรวจบุกค้นโรงงานย่านปทุมธานี หลังรับเบาะแสลักลอบผลิตกาแฟปลอม พบของกลางจำนวนมาก มูลค่าความเสียหาย 2 ล้านบาท ซ้ำยังพบแรงงานต่างด้าวถูกขังห้องบังคับทำงาน 13 ชั่วโมงต่อวัน

          วันที่ 7 ตุลาคม 2559 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจได้บุกตรวจค้นโกดังที่ดัดแปลงเป็นโรงงาน เลขที่ 37/7 ม.2 ต.คลองพระอุดม อ.ลาดหลุมแก้ว จ.ปทุมธานี โดยมี นายอุเทน อุสา อายุ 26 ปี เป็นผู้เช่า หลังได้รับแจ้งเบาะแสว่าโรงงานดังกล่าวมีการลักลอบผลิตกาแฟปลอมเลียนแบบยี่ห้อดัง พร้อมเจอคนงานไทย 2 คน ลาว 4 คน และกะเหรี่ยง 3 คน ซึ่งแรงงานต่างด้าวจะถูกขังอยู่ภายในห้องและบังคับให้ทำงาน 13 ชั่วโมงต่อวัน

          จากการตรวจสอบภายในโรงงาน พบกาแฟปลอมชนิด 3 in 1 จำนวน 89,024 ซอง ซองเปล่า 288,000 ซอง กาแฟผสมสำเร็จ 19 ถุง เครื่องผสมครีมเทียม 4 เครื่อง เครื่องบรรจุ 4 เครื่อง รวมมูลค่าความเสียหายทั้งสิ้น 2,000,000 บาท

กาแฟปลอม

          ทั้งนี้ เหตุที่บุกเข้าตรวจค้นโรงงานดังกล่าวสืบเนื่องมาจากที่เจ้าหน้าที่ได้รับการร้องเรียนว่าขณะนี้มีการลักลอบผลิตกาแฟปลอมเลียนแบบยี่ห้อดังส่งจำหน่ายตามตลาดนัด จึงได้มีการสืบสวนจนพบต้นตอว่ากาแฟปลอมดังกล่าวถูงส่งมาจากที่โกดังแห่งนี้

          เบื้องต้นได้มีการแจ้งข้อกล่าวหาปลอมเครื่องหมายการค้า และให้ที่พักพิงบุคคลต่างด้าว เนื่องจากมีแรงงานต่างด้าวจำนวน 5 คนที่ไม่มีใบอนุญาตทำงาน

กาแฟปลอม

กาแฟปลอม

กาแฟปลอม

ที่มา:kapook

อุกอาจ ! 2 โจรบุกชิงปิกอัพกลางปั๊มน้ำมัน รุมต่อยภรรยา-โยนลูกเจ้าของรถลงถนน

ปล้นรถกระบะกลางปั๊มน้ำมัน

         

           ตำรวจเร่งไล่ล่า 2 โจรใจเหี้ยม บุกชิงรถกระบะกลางปั๊มน้ำมัน จ.สระบุรี ด้านภรรยาเจ้าของรถฮึดสู้ พยายามยื้อแย่งพวงมาลัย แต่เจอรุมต่อย แถมลูกสาวอีก 2 คน ยังถูกจับโยนลงกลางถนน ก่อนคนร้ายขับรถหนี

          วันที่ 25 สิงหาคม 2559 รายการเรื่องเล่าเช้านี้ ทางช่อง 3 รายงานว่า วานนี้ (24 สิงหาคม) เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.หนองแค จ.สระบุรี รับแจ้งเหตุคนร้ายใช้ปืนจี้ชิงรถกระบะ ซึ่งจอดอยู่ในปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่ง ตรงบริเวณหลักกิโลเมตรที่ 82 อ.หนองแค จึงรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ

 
ปล้นรถกระบะกลางปั๊มน้ำมัน

          ที่เกิดเหตุพบครอบครัวผู้เสียหายยืนรอให้การอยู่ โดยนายบุญเหลือ แจวกระโทก เจ้าของรถกระบะที่ถูกขโมย เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุตนได้ขับรถมาพร้อมกับนางพัชรินทร์ แซ่เตี่ย ภรรยา และลูกสาววัย 4 ขวบ กับ 9 ขวบ โดยขับมาจาก จ.ฉะเชิงเทรา เพื่อมุ่งหน้าจะกลับบ้านที่ จ.เพชรบูรณ์ แต่ระหว่างทางได้แวะเติมน้ำมันที่ปั๊มดังกล่าว ซึ่งตนได้ไปเข้าห้องน้ำ โดยจอดรถไว้แต่ไม่ดับเครื่องเพราะมีภรรยาและลูก ๆ อยู่ในรถ

          ระหว่างนั้นได้มีชายวัยรุ่นเปิดประตูเข้ามานั่งในที่นั่งคนขับ แล้วใช้อาวุธคล้ายปืนปากกาจี้ที่ลูกสาวคนเล็กที่นั่งคู่อยู่กับภรรยา และพูดขู่ว่า “หยุดนะ อย่าขยับนะ กูมีปืน กูยิงลูกมึงนะ” ก่อนที่จะขับรถออกจากปั๊มน้ำมันมาทางคู่ขนานที่มีปั๊มแก๊สอยู่ติดกัน โดยภรรยาของตนมองเห็นว่า ที่ปั๊มแก๊สมีรถบรรทุกสิบล้อจอดอยู่หลายคัน จึงตันสินใจแย่งพวงมาลัยกับคนร้ายทันที แต่คนร้ายกลับชกเข้าที่ใบหน้าหลายครั้ง แต่ภรรยาของตนก็ยังพยายามยื้อแย่งพวงมาลัยและพยายามคว้ากุญแจรถ ส่วนมือซ้ายก็เปิดประตูรถไว้ กระทั่งคนร้ายจอดรถ

ปล้นรถกระบะกลางปั๊มน้ำมัน

ปล้นรถกระบะกลางปั๊มน้ำมัน

          นายบุญเหลือ เล่าต่อว่า หลังจากที่คนร้ายจอดรถได้ไม่นาน ก็มีรถยนต์ที่คาดว่าเป็นของกลุ่มคนร้ายมาจอดเทียบข้าง ๆ ก่อนที่คนร้ายอีกคนจะลงจากรถมาช่วยกันรุมต่อยภรรยาของตน และใช้เท้าถีบภรรยาของตนออกจากรถ แต่ด้วยความเป็นห่วงลูก ๆ ภรรยาของตนพยายามคว้าประตูรถไว้ กระทั่งเกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้น เมื่อคนร้ายจับลูกสาววัย 4 ขวบ โยนลงจากรถกลิ้งตกกลางถนน และจับลูกสาวอีกคนโยนออกนอกรถเช่นกัน จนกระเด็นไปคนละทิศละทาง ภรรยาของตนจึงปล่อยมือจากประตู จากนั้นคนร้ายก็ขับรถหลบหนีไป

          ทั้งนี้ หลังรับแจ้งเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจนำภาพจากกล้องวงจรปิดในร้านค้าของปั๊มน้ำมันที่เกิดเหตุพบว่า รถของคนร้ายมีผู้ครอบครองเป็นผู้หญิง และมีภูมิลำเนาอยู่ที่ จ.ขอนแก่น จากนั้นได้นำภาพมาให้นางพัชรินทร์ดูก็พบว่า บุคคลที่ปรากฏในภาพมีรูปร่างหน้าตาคล้ายกับคนร้ายที่เข้ามาขับรถและแย่งพวงมาลัยมาก โดยขณะนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจทราบแล้วว่าคนร้ายเป็นใคร ซึ่งจะได้เร่งติดตามตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ที่มา:kapook

ตำรวจหนุ่มปืนลั่นดับคารถ ขณะแฟนสาวขับเข้าด่านตรวจ

ตำรวจหนุ่มปืนลั่นดับคารถ ขณะแฟนสาวขับเข้าด่านตรวจ

             ผู้สื่อข่าวรายงานว่า (3 ส.ค.) เมื่อเวลา 00.30 น. สภ.รัตนาธิเบศร์ อ.เมือง จ.นนทบุรี ได้รับแจ้งเหตุมีตำรวจถูกยิงได้รับบาดเจ็บสาหัสภายในรถยนต์ ที่บริเวณจุดตรวจถนนรัตนาธิเบศร์ ใกล้เคียงร้านอาหาร ป.รัตนาธิเบศร์ หมู่ 8 ต.บางกระสอ อ.เมือง จ.นนทบุรี

หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจประจำจุดตรวจได้ขับรถคันเกิดเหตุนำตัวผู้ได้รับบาดเจ็บส่ง รพ.พระนั่งเกล้า และเสียชีวิตในเวลาต่อมา จึงได้ประสานแพทย์จากสถาบันนิติวิทยาศาสตร์และเจ้าหน้าที่อาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญูรุดตรวจสอบ

ที่ รพ.พระนั่งเกล้า พบผู้เสียชีวิตเป็นชาย สวมเสื้อยืดแขนสั้นสีน้ำเงิน สวมกางเกงขาสั้นสีดำ มีแผลถูกยิงที่บริเวณหน้าขาซ้าย 1 นัดทะลุ ที่บริเวณข้อพับและน่องขาซ้ายด้านหลัง มีแผลจำนวน 2 จุด ทราบชื่อคือ ส.ต.ท.ฤชกร อายุ 25 ปี (นสต.4) ผบ.หมู่ กก.สส.ภจว.นนทบุรี

ส่วนรถยนต์คันเกิดเหตุคือรถยนต์ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นซีวิค สีขาว ทะเบียน ฉภ7171 นนทบุรี ทราบชื่อผู้ขับขี่คือ น.ส.ศุภาพิชญา อายุ 23 ปี ตรวจสอบภายในรถมีคราบเลือดเต็มเบาะนั่ง ด้านหน้าซ้าย ที่พื้นรถด้านล่างมีรอยรูกระสุน 1 ลูก

 

ภายในรถพบกระเป๋าสะพายผู้ชายสีน้ำตาล 1 ใบ มีคราบเลือดและรอยรูกระสุนปืนทะลุที่ด้านข้างกระเป๋า 1 ลูกในกระเป๋าพบอาวุธปืนขนาดก็อก 23 ขนาด .40 พร้อมลูกกระสุนปืนในแม็กจำนวน 10 ลูก

จากการสอบสวน น.ส.ศุภาพิชญา แฟนสาวผู้เสียชีวิต เปิดเผยว่า ตนและผู้เสียชีวิตได้ไปนั่งทานอาหารที่ร้านแห่งหนึ่ง ย่านถนนพระราม 5 และได้ขับรถออกจากร้านเพื่อกลับบ้านมาประมาณ 23.30 น. โดยตนเป็นคนขับเมื่อถึงจุดตรวจดังกล่าว

ผู้เสียชีวิตได้พยายามจะหยิบบัตรประจำตัวจากกระเป๋าที่สะพาย และวางอยู่ที่ตักด้านหน้า เพื่อแสดงต่อตำรวจที่ด่าน จึงได้เกิดเสียงปืนดังขึ้น 1 นัด ตนเห็นเลือดผู้เสียชีวิตออกมากจึงได้ขับไปขอความช่วยเหลือกับตำรวจที่ด่าน เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ขึ้นมาขับรถแทนตนนำตัวส่ง รพ.พระนั่งเกล้า

เบื้องต้น พบว่าผู้เสียชีวิตเสียเลือดมากและเสียชีวิตก่อนถึง รพ.จึงได้ประสานเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานและแพทย์ร่วมชันสูตร โดยมีการเก็บคราบเขม่าดินปืนจากผู้เสียชีวิตและแฟนสาวส่งตรวจ

จากนั้นได้นำตัว น.ส.ศุภาพิชญา ส่ง สภ.รัตนาธิเบศร์ เพื่อสอบสวนอย่างละเอียด จากนั้นได้มอบร่างให้เจ้าหน้าที่กู้ภัยนำตัวส่งนิติเวช รพ.ตำรวจ เพื่อชันสูตรอีกครั้ง

ที่มา:sanook

โจ๋ข่มขืนลูกเลี้ยงวัยขวบเศษ-กระทืบหน้าอก อาการยังโคม่า

ข่มขืนลูกเลี้ยง

ตำรวจจับกุมตัวพ่อเลี้ยงวัย 21 ปี ก่อเหตุข่มขืนลูกเลี้ยงวัยขวบเศษจนอวัยวะเพศฉีกขาด ซ้ำยังทำร้ายร่างกายจนแขน-ขาและกระดูกซี่โครงหัก ด้านแม่เด็กโดนด้วย เหตุเอาน้ำร้อนกรอกปากลูก เบื้องต้นอาการยังโคม่า

วันที่ 28 กรกฎาคม 2559 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจเมืองชลบุรีได้แถลงผลการจับกุม นายปิยะ โพธิ์สังข์ อายุ 21 ปี และนางนิด (นามสมมติ) อายุ 21 ปี ผู้ต้องหาคดีข่มขืนและทำร้ายร่างกายเด็กหญิงวัย 1 ขวบ 5 เดือน หลังได้รับแจ้งจากทีมแพทย์โรงพยาบาลแหลมฉบัง ว่ามีเด็กหญิงวัยขวบเศษถูกนำตัวส่งรักษาอาการแขนหัก 2 ท่อน ขาหัก 2 ข้าง และซี่โครงหัก ปากและหน้าอกบวมพองจากการถูกน้ำร้อนลวก รวมไปถึงที่บริเวณอวัยวะเพศฉีกขาดถึงรูทวารและมีเลือดไหล

จากการสอบสวน นายปิยะ ให้การว่า ตนเป็นคนลงมือข่มขืนและทำร้ายร่างกายเด็กหญิงจริง เนื่องจากเกิดอารมณ์ทางเพศขณะที่นางนิดไม่อยู่บ้าน ประกอบกับไม่ค่อยได้ร่วมหลับนอนกันเพราะนางนิดตั้งท้องอยู่ ตนขอรับผิดทุกอย่าง

ด้าน นางนิด ให้การว่า เหตุการณ์เกิดขึ้นตั้งแต่เมื่อวันที่ 21 กรกฎาคมที่ผ่านมา หลังจากที่ตนกลับมาจากไปตลาดพบว่าลูกน้อยร้องไห้และมีเลือดไหลที่อวัยวะเพศตนจึงใช้ผ้าเช็ดออกโดยไม่เอะใจ จนหลายวันต่อมาลูกก็ยังคงร้องจากอาการเจ็บอยู่ นายปิยะ รู้สึกโมโหจึงใช้เท้ากระทืบที่หน้าอกและใช้มือกระชากร่างกระแทกกับพื้นอย่างแรงตนได้พยายามเข้าห้าม และก่อนนำตัวส่งโรงพยาบาลตนเข้าใจว่าลูกหิวน้ำ เพราะร้องไห้ไม่ยอมหยุด จึงเอาน้ำมาป้อนให้แต่น้ำร้อนเกินไปจึงลวกปากและหน้าอกดังกล่าว ตนจึงรีบนำตัวส่งโรงพยาบาล

ที่มา:kapook

โจ๋ข่มขืนลูกเลี้ยงวัยขวบเศษ-กระทืบหน้าอก อาการยังโคม่า

ข่มขืนลูกเลี้ยง

          ตำรวจจับกุมตัวพ่อเลี้ยงวัย 21 ปี ก่อเหตุข่มขืนลูกเลี้ยงวัยขวบเศษจนอวัยวะเพศฉีกขาด ซ้ำยังทำร้ายร่างกายจนแขน-ขาและกระดูกซี่โครงหัก ด้านแม่เด็กโดนด้วย เหตุเอาน้ำร้อนกรอกปากลูก เบื้องต้นอาการยังโคม่า

          วันที่ 28 กรกฎาคม 2559 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจเมืองชลบุรีได้แถลงผลการจับกุม นายปิยะ โพธิ์สังข์ อายุ 21 ปี และนางนิด (นามสมมติ) อายุ 21 ปี ผู้ต้องหาคดีข่มขืนและทำร้ายร่างกายเด็กหญิงวัย 1 ขวบ 5 เดือน หลังได้รับแจ้งจากทีมแพทย์โรงพยาบาลแหลมฉบัง ว่ามีเด็กหญิงวัยขวบเศษถูกนำตัวส่งรักษาอาการแขนหัก 2 ท่อน ขาหัก 2 ข้าง และซี่โครงหัก ปากและหน้าอกบวมพองจากการถูกน้ำร้อนลวก รวมไปถึงที่บริเวณอวัยวะเพศฉีกขาดถึงรูทวารและมีเลือดไหล

          จากการสอบสวน นายปิยะ ให้การว่า ตนเป็นคนลงมือข่มขืนและทำร้ายร่างกายเด็กหญิงจริง เนื่องจากเกิดอารมณ์ทางเพศขณะที่นางนิดไม่อยู่บ้าน ประกอบกับไม่ค่อยได้ร่วมหลับนอนกันเพราะนางนิดตั้งท้องอยู่ ตนขอรับผิดทุกอย่าง

          ด้าน นางนิด ให้การว่า เหตุการณ์เกิดขึ้นตั้งแต่เมื่อวันที่ 21 กรกฎาคมที่ผ่านมา หลังจากที่ตนกลับมาจากไปตลาดพบว่าลูกน้อยร้องไห้และมีเลือดไหลที่อวัยวะเพศตนจึงใช้ผ้าเช็ดออกโดยไม่เอะใจ จนหลายวันต่อมาลูกก็ยังคงร้องจากอาการเจ็บอยู่ นายปิยะ รู้สึกโมโหจึงใช้เท้ากระทืบที่หน้าอกและใช้มือกระชากร่างกระแทกกับพื้นอย่างแรงตนได้พยายามเข้าห้าม และก่อนนำตัวส่งโรงพยาบาลตนเข้าใจว่าลูกหิวน้ำ เพราะร้องไห้ไม่ยอมหยุด จึงเอาน้ำมาป้อนให้แต่น้ำร้อนเกินไปจึงลวกปากและหน้าอกดังกล่าว ตนจึงรีบนำตัวส่งโรงพยาบาล

ที่มา:kapook

จั๊กกะบุ๋ม เชิญยิ้ม เจอสาวแจ้งความจับ เหตุติดเงินครึ่งแสน

จั๊กกะบุ๋ม เชิญยิ้ม

          สาวแบงก์โร่ขึ้นโรงพัก แจ้งความจับ จั๊กกะบุ๋ม เชิญยิ้ม ดาราตลกชื่อดัง ยืมเงินกว่าแสน-ใช้คืนไม่ครบ ด้านตลกดังเตรียมแถลงข่าววันที่ 9 กรกฎาคมนี้

          วันที่ 4 กรกฎาคม 2559 นางสาววิจิตรา สุขคล้าย อายุ 24 ปี พนักงานธนาคารแห่งหนึ่ง ได้เดินทางเข้าแจ้งความที่ สน.ลุมพินี เพื่อแจ้งความดำเนินคดีกับ “จั๊กกะบุ๋ม เชิญยิ้ม” หรือนายยอดยุทธ ทรงกลด ดาราตลกชื่อดัง ที่ได้ยืมเงินไปกว่าแสนบาทและยังใช้คืนไม่ครบตามกำหนด

นางสาววิจิตรา สุขคล้าย

          โดย น.ส.วิจิตรา เล่าว่า ตนรู้จักกับจั๊กกะบุ๋มมานานกว่า 2 ปี จนเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา จั๊กกะบุ๋ม ได้ขอยืมเงินตน 3 ครั้ง ครั้งละ 50,000 บาท, 30,000 บาท และ 40,000 บาท ตามลำดับ โดยอ้างว่าธุรกิจร้านกาแฟที่หัวหินกำลังมีปัญหา ตนจึงให้ยืมเพราะความสนิทสนมและไว้ใจ แต่เมื่อถึงกำหนดคืนเงิน จั๊กกะบุ๋มกลับบ่ายเบี่ยง อ้างว่ายังไม่ได้ค่าตัวจากงานแสดง และได้ทยอยใช้เงินคืน แต่ยังค้างอีก 50,000 บาท ตนจึงเข้าแจ้งความไว้เป็นหลักฐาน

          รายงานข่าวระบุว่า ทันทีที่เข้าแจ้งความ น.ส.วิจิตรา ได้โทรศัพท์หาจั๊กกะบุ๋มต่อหน้าเจ้าหน้าที่ตำรวจ จั๊กกะบุ๋มจึงให้สัญญาว่าจะคืนเงินส่วนที่เหลือภายในวันที่ 15 กรกฎาคมนี้ ซึ่ง น.ส.วิจิตรา บอกว่า หากจั๊กกะบุ๋มเบี้ยวอีกก็จะดำเนินการฟ้องร้องต่อไป

          ทั้งนี้ผู้สื่อข่าวไนน์เอ็นเตอร์เทนได้โทรศัพท์หาจั๊กกะบุ๋ม เชิญยิ้ม ก็ได้รับคำตอบว่า ตนจะไม่ให้ข้อมูลใด ๆ และจะขอแถลงข่าวพร้อมทนายความในวันที่ 9 กรกฎาคมนี้

ที่มา:kapook

แฟนสาวช็อก หนุ่มคนรักดับปริศนาคาหูฟังในห้องพัก คาดเกิดจากไฟฟ้ารั่ว

แฟนสาวช็อก หนุ่มคนรักดับปริศนาคาหูฟังในห้องพัก คาดเกิดจากไฟฟ้ารั่ว

          แฟนสาวช็อก เปิดห้องเจอหนุ่มคนรักดับปริศนาคาหูฟัง หลังไม่ได้ติดต่อกันหลายวัน ด้านตำรวจคาดกระแสไฟรั่วจากคอมพิวเตอร์ แล้วช็อตจนเสียชีวิต

          เมื่อวันที่ 19 มิถุนายน 2559 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางเสาธง จ.สมุทรปราการ รับแจ้งพบศพผู้เสียชีวิตภายในห้องพักคอนโดแห่งหนึ่ง ถนนเทพารักษ์ กม. 20 ต.บางเสาธง จึงเดินทางไปตรวจสอบพร้อมเจ้าหน้าที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง  

          ที่เกิดเหตุพบร่างผู้เสียชีวิต คือ นายรุ่งโรจน์ โสหา อายุ 24 ปี อยู่ในสภาพนอนหงายเสียชีวิต โดยมีหูฟังคอมพิวเตอร์ครอบอยู่ที่หู ปลายสายเสียบคาเครื่องคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก ส่วนกระแสไฟถูกตัดไปก่อนหน้านี้ จากการตรวจสอบร่างกายเบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจไม่พบบาดแผลแต่อย่างใด คาดเสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 2 วัน

      จากการสอบถาม น.ส.หอมมะลิ แฟนสาวของผู้เสียชีวิต ทราบว่า ผู้เสียชีวิตพักอยู่ภายในห้องพักดังกล่าวเพียงลำพัง ส่วนตนจะพักอยู่กับเพื่อนอีกที่หนึ่ง เพราะทำงานกันคนละโรงงาน โดยติดต่อกันครั้งสุดท้ายเมื่อคืนวันที่ 17 มิถุนายนที่ผ่านมา ทางแชทข้อความเฟซบุ๊ก จากนั้นตนก็ไม่สามารถติดต่อกับแฟนหนุ่มได้อีกเลย และด้วยความเป็นห่วง จึงตัดสินใจเดินทางมาหาที่ห้องพัก ปรากฏว่ากุญแจถูกล็อกจากด้านใน และเมื่อไขกุญแจสำรองเข้าไปก็พบว่าติดโซ่คล้องจากด้านใน และมีกลิ่นเหม็นคละคลุ้งมาก ตนจึงรีบแจ้งเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยมาตรวจสอบ

          ต่อมา เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยได้ปีนห้องเข้าไปจากด้านหลัง และพบว่าแฟนหนุ่มของตนเสียชีวิตแล้ว ส่วนสาเหตุตนเองไม่ทราบว่าเกิดจากสาเหตุอะไร เนื่องจากแฟนหนุ่มไม่มีโรคประจำตัวและยังเป็นคนสุขภาพแข็งแรงดีอีกด้วย
           
          เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจสันนิษฐานว่า ขณะที่ผู้เสียชีวิตนั่งเล่นคอมพิวเตอร์อยู่นั้น อาจมีกระแสไฟฟ้าจากคอมพิวเตอร์รั่วออกมา ทำให้ถูกไฟฟ้าดูดเสียชีวิต แต่ทั้งนี้ก็ยังไม่สามารถยืนยันสาเหตุของการเสียชีวิตที่แน่ชัดได้ ต้องรอผลการตรวจชันสูตรจากสถาบันนิติเวชอีกครั้ง

แฟนสาวช็อก หนุ่มคนรักดับปริศนาคาหูฟังในห้องพัก คาดเกิดจากไฟฟ้ารั่ว

แฟนสาวช็อก หนุ่มคนรักดับปริศนาคาหูฟังในห้องพัก คาดเกิดจากไฟฟ้ารั่วแฟนสาวช็อก หนุ่มคนรักดับปริศนาคาหูฟังในห้องพัก คาดเกิดจากไฟฟ้ารั่ว

แฟนสาวช็อก หนุ่มคนรักดับปริศนาคาหูฟังในห้องพัก คาดเกิดจากไฟฟ้ารั่ว

ที่มา:sanook